Posted on Leave a comment

ทักษะการเตะบอลให้แรง 2022

ทักษะการเตะบอลให้แรง

ทักษะการเตะบอลให้แรง ผู้เขียนเคยตั้งข้อสังเกตหลายครั้งที่ เมื่อมีโอกาศได้ดูการฝึกทักษะการเล่นฟุตบอล ( คลีนิค สอนเทคการสอนฟุตบอลระยะสั้น ) ของหลายหน่วยงาน ที่มักจัดขึ้นช่วงปิดภาคเรียน ส่วนใหญ่จะเชิญผู้ให้ความรู้กับเยาวชนที่เป็นนักกีฬาระดับแนวหน้าของประเทศ หรือนักกีฬาอาชีพจากต่างประเทศ

ผู้เป็นวิทยากรจะสอนที่ทักษะพื้นฐานล้วน ๆ ( BASIC) สะท้อนให้เห็นว่าเยาวชนไทยมีทักษะพื้นฐานในการเล่นค่อนข้างต่ำหรือไม่ถูกต้องเท่าไหร่นัก ซึ่งเราสามารถสังเกตเห็นง่าย ๆ เวลาที่ผู้ฝึกสอน ( ในเมืองไทย ) ในระดับยุวชน หรือเยาวชน ฝึกสอนมักไม่เน้นเรื่องทักษะพื้นฐานมากนัก แต่เน้นเรื่องการเล่นเป็นทีมมากกว่า ทำให้นักกีฬาของไทยได้รับการปูทักษะที่ถูกต้องเท่าที่ควร

เล่นฟุตบอลยังไงให้เก่ง

เป็นคำเรียกร้องของนักกีฬาที่ได้ยินเป็นประจำ บางครั้ง “อบอุ่นร่างกาย”ไม่ทันจะเสร็จด้วยซ้ำ “ทักษะขั้นพื้นฐาน” ยังไม่ทบทวนหรือยังไม่เริ่มฝึกเลย จะเล่น…ซะแล้ว และด้วยนิสัยของคนไทยสำหรับผู้เป็นผู้ควบคุมทีม บางครั้งไม่อาจทนต่อคำเรียกร้องของลูกศิษย์ได้..ก็ต้องปล่อยให้เล่น และเมื่อผู้เล่นก้าวขึ้นในระดับสูงขึ้นไป บางสิ่งบางอย่างที่เป็นเกร็ดเล็ก เกร็ดน้อย ไม่ได้รับการฝึกมา ทำให้เวลามีเกมส์การแข่งขันระดับประเทศ เราจะสังเกตุได้อย่างชัดเจนเลยว่า บอลไทยมีทักษะพื้นฐานอ่อนกว่าคู่แข่งทุกอย่างอย่างเห็นได้ชัด

  1. เท้าหลัก… ไม่ว่าจะเตะบอลด้วยเท้าใหน หรือ จะเตะลูกที่กำลังเคลื่อนที่หรืออยู่กับที่ก็ตาม ( ลูกนิ่ง) สิ่งสำคัญที่สุด…อยู่ที่การวางเท้าหลัก ต้องวางตำแหน่งข้างบอลให้มั่นคง ให้นึกว่าข้อต่อบริเวณสะโพกของเท้าที่ใช้เตะเป็นจุดหมุน ขาทั้งท่อนเป็นคาน ถ่ายน้ำหนักตัวและส่งแรงมาที่เท้าทั้งหมดและฟอลโล่เท้าเพื่อส่งแรงและบังคับทิศทางของลูก และที่สำคัญคือการวางเท้าหลักถ้าวางเท้าหลักไม่มั่นคง เราจะไม่สามารถควบเท้าที่ใช้สัมผัสบอลได้ 100 เปอร์เซ็นเลย เพราะฉะนั้น การวางเท้าหลักฐานต้องมั่นคงขณะที่เท้าสัมผัสบอล…สำคัญที่สุดครับ
  2. ข้อเท้า… สิ่งสำคัญที่สัมผัสบอล การบังคับข้อเท้าให้ถูกตำแหน่งที่สัมผัสบอล เป็นตัวควบคุมทิศทาง และลักษณะการเคลื่อนที่ของบอลลองเน้น 2 อย่างนี้ก่อน ครั้งต่อไปผู้เขียนจะลงบทความเทคนิคการเตะให้หนัก
Posted on Leave a comment

5 พื้นฐานวิธีการเล่น และกติกาฟุตซอลแบบเข้าใจง่าย

5-พื้นฐานวิธีการ

5 พื้นฐานวิธีการเล่น ฟุตซอลเป็นกีฬาที่ได้รับความนิยมในหลายประเทศ ซึ่งมีลักษณะการเล่นคล้ายกับฟุตบอล แต่มีจุดแตกต่างคือการเล่นในร่ม นอกจากนี้ ในประเทศไทยฟุตซอลก็ได้รับความนิยมและเป็นที่แพร่หลายเช่นกัน ซึ่งหลายคนให้ความสนใจกีฬานี้เป็นอย่างมาก เพราะทั้งมีความสนุกสนาน และช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงให้กับร่างกายได้ รวมถึง ยังช่วยกระชับความสัมพันธ์ที่ดีกับเพื่อนๆ ได้อีกด้วย สำหรับใครที่สนใจวิธีการเล่นฟุตซอลนั้นก็ไม่ยากเลย เพียงฝึกทักษะการเล่นฟุตซอลตามบทความนี้ก็สามารถฟอร์มทีมกับเพื่อนๆ แล้วหาสถานที่เล่นได้เลย

5 พื้นฐานวิธีการเล่นฟุตซอลแบบเข้าใจง่าย

คำว่า “ฟุตซอล (Futsal)” เป็นคำที่มีจาก fútbol sala หรือ fútbol de salón ในภาษาสเปน หรือ คำว่า futebol de salão ในภาษาโปรตุเกส ที่มีความหมายว่า “กีฬาฟุตบอลที่เล่นในร่ม” ซึ่งฟุตซอลได้รับความนิยมมากในประเทศแถบอเมริกาใต้ ทำให้มีการจัดการแข่งขันอยู่เป็นประจำ โดยเฉพาะในประเทศบราซิล

-ค.ศ. 1930 (พ.ศ. 2473) ฮวน คาร์ลอส เซอเรียนีได้นำกีฬาฟุตซอลไปเล่นในสมาคม YMCA ซึ่งเป็นสถานที่เล่นบาสเกตบอล
-ค.ศ. 1932 (พ.ศ.2475) โรเจอร์ เกรน ได้บัญญัติกฎสำหรับวิธีการเล่นฟุตซอลและใช้มาจนถึงปัจจุบัน
-ค.ศ. 1965 (พ.ศ.2508) มีการจัดการแข่งขันฟุตซอลครั้งแรกขึ้นในอเมริกาใต้
-ค.ศ. 1982 (พ.ศ.2525) มีการแข่งขันฟุตซอลชิงแชมป์โลกอย่างไม่เป็นทางการขึ้นเป็นครั้งแรก ที่กรุงเซาเปาโล ประเทศบราซิล ซึ่งในครั้งนี้บราซิลได้แชมป์ไปครอง และมีการจัดการแข่งขันแบบไม่เป็นทางการอีกสองครั้งในปี ค.ศ. 1985 และ ปี ค.ศ. 1988
-ค.ศ. 1989 (พ.ศ.2532) สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (FIFA) ได้เข้าไปดูแลการแข่งขันฟุตซอลชิงแชมป์โลก ซึ่งถือเป็นการจัดการแข่งขันอย่างเป็นทางการครั้งแรก โดยจัดขึ้นที่ประเทศเนเธอร์แลนด์ และการแข่งขันฟุตซอลก็ถูกจัดขึ้นเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน

ประวัติฟุตซอลในประเทศไทย

การเล่นกีฬาฟุตซอลในประเทศไทยไม่มีหลักฐานแน่ชัดว่าเริ่มเล่นในปีใด แต่มีกีฬาที่เรียกว่า “ฟุตบอลโกลหนู” ซึ่งมีลักษณะการเล่นคล้ายฟุตซอล โดยมีจุดแตกต่างกันที่มีขนาดของสถานที่เล่นเล็กกว่าและจำนวนผู้เล่นน้อยกว่า ส่วนลูกบอลที่ใช้จะตามแต่ที่หาได้ ทั้งนี้ มีจุดประสงค์ในการเล่นเพื่อออกกำลังกาย มากกว่าการซ้อมเพื่อการแข่งขัน สำหรับประวัติฟุตซอลไทย ที่มีการแข่งขันอย่างเป็นทางการนั้น มีดังนี้

-พ.ศ.2540 (ค.ศ.1997) มีการจัดการแข่งขันฟุตซอลที่ประเทศไทยเป็นครั้งแรก ซึ่งสโมสรการท่าเรือแห่งประเทศไทยสามารถคว้าแชมป์ไปครองได้สำเร็จ
-พ.ศ. 2541 (ค.ศ.1998) มีการจัดการแข่งขันขึ้นเป็นครั้งที่ 2 โดยสโมสรการทหารท่าเรือแห่งประเทศไทยสามารถรักษาแชมป์ได้อีกสมัยหนึ่ง
-พ.ศ. 2543 (ค.ศ.2000) มีการจัดการแข่งขันฟุตซอลเป็นครั้งที่ 3 ในครั้งนี้ทีมสโมสรฟุตบอลทหารอากาศคว้าแชมป์ไปครอง โดยล้มแชมป์เก่าสองสมัยอย่างสโมสรการทหารท่าเรือแห่งประเทศไทยได้สำเร็จ นอกจากนี้ ในปีเดียวกันประเทศไทยมีโอกาสเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันฟุตซอลชิงแชมป์เอเชีย ซึ่งไทยได้อันดับที่ 3 จึงมีสิทธิ์เดินทางไปแข่งขันฟุตซอลชิงแชมป์โลกรอบสุดท้าย ณ ประเทศกัวเตมาลาด้วย รวมไปถึง ในปีเดียวกันนี้ มีการจัดการแข่งขันในระดับเยาวชน 18 ปี เป็นครั้งแรกอีกด้วย
-พ.ศ. 2544 (ค.ศ.2001) มีการจัดการแข่งขันทั้งในระดับภูมิภาคและระดับประเทศ ทั้งระดับเยาวชนและประชาชนทั่วไป ซึ่งทีมชาติไทยสร้างผลงานด้วยการคว้ารางวัลชนะเลิศระดับอาเซียน ที่ประเทศมาเลเซีย และรางวัลชนะเลิศระดับดิวิชั่น 2 ไทเกอร์คัพ ที่ประเทศสิงคโปร์มาได้
-พ.ศ. 2547 (ค.ศ.2004) ทีมชาติไทยคว้ารางวัลอันดับที่ 3 ในการแข่งขันชิงแชมป์เอเชียมาได้ จึงได้สิทธิ์เดินทางไปแข่งต่อในรอบสุดท้ายที่ประเทศไต้หวัน